การที่เราจะเขียนเว็บไซต์ที่ใช้ style sheet โดยเฉพาะแบบ tablelessให้ cross browser
มาสักเว็บนึง เป็นเรื่องที่ยากลำบาก เพราะ web brower รุ่นเก่า มาตรฐานการ render จะต่าง
จาก web browser รุ่นใหม่ แม้กระทั่งยี่ห้อเดียวกัน แต่ต่างรุ่น ก็แสดงผลต่างกัน เช่น IE6 กับ
IE7 ที่แสดงผลบางอย่าง ไม่เหมือนกัน ดังนั้น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์(ทำเว็บ cross browser)
เราก็ต้องอาศัย การ hack css เข้าช่วย
-
<a href="http://www.pageresource.com">
-
<img src="xxx.jpg" border="0" alt="" />
-
</a>
สมมติว่าคุณต้องการใช้บริการเว็บต่าง ๆ คุณจะต้องผ่านด่านการกรอกข้อมูล และตั้งรหัส ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดูรูปประกอบ



เห้อ มันเป็นอะไรที่น่าเบื่อที่สุด ไหนจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว ตั้งรหัสใหม่ ซึ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะใช้รหัส
เหมือน ๆ กันทุกเว็บ เพราะ เงื่อนไขการตั้งรหัสผ่านแต่ละเว็บไม่เหมือนกัน สังเกตได้จากรูปข้างบน
เคยสงสัยหรือป่าว เวลาตัด template เว็บ มันจะมีข้อความตัวอย่างมาแบบนี้
“Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipisicing elit, sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua. Ut enim ad minim veniam, quis nostrud exercitation ullamco laboris nisi ut aliquip ex ea commodo consequat. Duis aute irure dolor in reprehenderit in voluptate velit esse cillum dolore eu fugiat nulla pariatur. Excepteur sint occaecat cupidatat non proident, sunt in culpa qui officia deserunt mollit anim id est laborum.”
ตัวอย่างคำสั่งที่ทำให้ <div> สามารถกลายเป็น link ได้ อีกทั้งเมื่อเอาเมาส์ไปโอเวอร์ก็ให้ cursor เป็นรูปมือ มีดังนี้
-
-
<div style="cursor: pointer; cursor: hand;" onclick="window.location = ‘/process/enterprise/training/change_index.shtml’;">
-
BlahBlah</div>
เพียงแค่นี้ ไม่ว่าจะเป็น div หรือ อะไรก็ตามก็สามารถเป็น link ได้หมด
framework คือ
ชุดเครื่องมือ ไลบรารี่ แนวทางในการเขียนแอปพริเคชั่น ช่วยลดการเขียนโคดที่ต้องเขียนบ่อย ๆ ให้อยู่ในรูปแบบที่พร้อมในการใช้งานได้ พูดง่าย ๆ คือ โคดที่ต้องมีในทุก ๆ โปรเจ็คหรือโคดพื้นฐานทั่วไป เราไม่ต้องเสียเวลาเขียนขึ้นใหม่ หน้าที่ของเราคือเขียนโคดที่จะทำให้แอปพลิเคชั่นบรรลุวัตถุประสงค์
CSS framework คือ
ชุดของไฟล์ css ที่ได้จัดเตรียมการจัดรูปแบบพื้นฐาน รูปแบบฟอร์ม grid เลย์เอาท์ ไว้ให้ใช้ โดยเราไม่จำเป็นต้องเขียนโคดซ้ำ ๆ เช่น เรามีงานออกแบบเว็บไซท์ 10 โปรเจ็ค ทุกโปรเจ็คจะต้องมีบางสิ่งที่คล้ายกัน ไอ้สิ่งที่คล้ายกันนี้เราก็ไม่จำเป็นต้องเขียนซ้ำแล้วซ้ำอีก
เมื่อก่อนเคยคิดว่าการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านทางเว็บไซท์
- ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
- ทำได้ทุกที่
- ทำได้ทุกเวลา
แต่พอได้ลองเติมเงินมือถือโดยใช้ K-Cyber Banking ก็ทำให้รู้ว่า
ข้อ 3 ที่ได้กล่าวไปมันไม่จริงเลย
มาดูหลักฐานกันคับ ผมเติมเงินเวลา 12.50 am ผลที่ได้ก็ตามที่ขีดเส้นสีแดงคับ

ตอนแรกก็นึกว่าเขาล้อเล่น แต่เอาไปเอามามันเรื่องจริง เพราะได้เงินที่เติมไปเวลา 08.39 ในตอนเช้า
สรุป : ถ้าคิดจะเติมเงินตอนกลางคืน ออกไปซื้อบัตรเติมเงินที่เซเว่นดีกว่า
ในภาษา php จะใช้เครื่องหมาย % ในการ modulo
ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเราจะไม่สามารถ modulo ทศนิยมได้
ดู bug ได้ที่ http://bugs.php.net/bug.php?id=41802
เช่น 5%0.11 แทนที่จะได้ 0.05 กลับกลายเป็นว่าได้ 0 และ
แถม warning มาด้วย (Warning: Division by zero)
ทั้งนี้ก็เพราะ % ไม่สามารถกระทำกับ float ได้ โดยจะตัดทศนิยมทิ้ง
ในกรณีตัวอย่างข้างต้น จะปัดเหลือ 0 ทำให้เกิด warning ขึ้น
วิธีแก้ก็คือ เปลี่ยนไปใช้ function fmod
float fmod( float $x , float $y )
http://us2.php.net/manual/en/function.fmod.php
จบแล้ว เอาภาพเก่า ๆ มาดูแล้วคิดถึงมากมาย

authentication คืออะไร พูดง่าย ๆ ที่สุด ก็คือ การป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยการใช้ username และ password ในบทความนี้เราจะมา authentication ด้วยภาษาสคริปอย่าง php กัน แต่คุณจะต้องติดตั้ง apache module นั่นก็หมายความว่าแบบ CGI นั้นก็ใช้ไม่ได้นั่นเอง
ดูโคดตัวอย่างกันคับ ในที่นี้สมมติว่าเราป้องกันการเข้าถึงด้วย username “myuser” และ password “mypass”
-
<?php
-
if ($_SERVER[‘PHP_AUTH_USER’] != "mysuser" or $_SERVER[‘PHP_AUTH_PW’] != "mypass"):
-
?>
-
<HTML>
-
<HEAD><TITLE>Authorization Failed</TITLE></HEAD>
-
<BODY>
-
<H1>Authorization Failed</H1>
-
<P>Without a valid username and password,
-
access to this page cannot be granted.
-
Please click "reload" and enter a
-
username and password when prompted.
-
</P>
-
</BODY>
-
</HTML>
-
<?php else: ?>
-
…เนื้อหาในหน้าเว็บที่ต้องการป้องกันการเข้าถึง…
-
<?php endif; ?>
